ระบบขาย Fresh Digital สำรวจและเก็บข้อมูลลูกค้า v2 · กรกฎาคม 2569

เก็บข้อมูลให้ครบก่อน แล้วปิดการขายด้วย คำพูดของเขาเอง

แบบฟอร์มนี้ใช้กับทุกสายที่โทรสำรวจลูกค้าใหม่ ทุกคำตอบที่คุณเก็บได้คือกระสุนที่คุณจะยิงกลับตอนนำเสนอใบเสนอราคา ช่องไหนว่าง แปลว่าคุณจะต้องเดาเอาทีหลัง

กฎข้อ 01
ให้เขาพูด 70 คุณพูด 30
ถ้าคุณเป็นคนพูดมากกว่าในสายสำรวจ นั่นคือคุณกำลังเสนอขาย และมันเร็วเกินไป
กฎข้อ 02
จดคำพูดของเขา ไม่ใช่คำสรุปของคุณ
คำสรุปของคุณไม่ทำให้ใครเชื่อ แต่ประโยคของเขาเอง ที่คุณอ่านกลับให้เขาฟัง เถียงไม่ได้
กฎข้อ 03
รู้ว่าใครตัดสินใจ ก่อนจะเริ่มเสนอ
ถามในนาทีที่สองว่ามีใครร่วมตัดสินใจอีก ไม่ใช่ไปถามตอนปิดการขาย คำถามเดียวนี้ตัดข้ออ้างส่วนใหญ่ทิ้งได้เลย
กฎข้อ 04
ห้ามวางสายโดยไม่มีวันและเวลา
คำว่า "เดี๋ยวผมติดต่อกลับ" ไม่ใช่ขั้นตอนถัดไป วันที่ เวลา และชื่อคนที่จะเข้าประชุม นั่นคือขั้นตอนถัดไป

01ตั้งต้น

ข้อมูลการโทร

02สองนาที ไม่เกินนั้น

คัดกรองให้ไว

ถ้าเจอสัญญาณเตือนสองข้อขึ้นไป ให้ตัดสายให้สั้นลงและอย่านัดนำเสนอ เวลาหนึ่งชั่วโมงของคุณมีค่ามากกว่าความอยากรู้ของเขา

สัญญาณเตือน

ได้ยินข้อไหน ติ๊กข้อนั้น ตอบตามจริง แบบฟอร์มนี้มีไว้ให้คุณใช้ ไม่ได้มีไว้ให้ใครตรวจ

03พูดประโยคนี้ก่อน

เปิดการสนทนา

ประโยคนี้ทำให้เขาเปิดใจ วางกรอบการคุยให้ชัด และทำให้การปิดการขายในสายถัดไปเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่การกดดัน

ขออนุญาตและวางกรอบ

วางกรอบการคุยก่อนถามคำถามแรก

"ขอบคุณที่รับสายครับ/ค่ะ วันนี้ผม/ดิฉันยังไม่ได้จะมาเสนอขายอะไรนะครับ/คะ สิ่งที่อยากทำคือขอเวลาสิบห้านาที เพื่อทำความเข้าใจว่าตอนนี้พี่หาลูกค้าจากทางไหน แล้วติดขัดตรงไหนอยู่ ถ้าผม/ดิฉันคิดว่าเราช่วยได้ จะทำแผนงานมาเสนอให้พี่ดูอย่างละเอียด แต่ถ้าคิดว่าช่วยไม่ได้ ผม/ดิฉันก็จะบอกพี่ตรง ๆ เหมือนกัน ตกลงไหมครับ/คะ"

แล้วก่อนจะถามเรื่องธุรกิจข้อแรก ให้ถามว่า "ขออนุญาตถามก่อนนะครับ/คะ เพื่อให้ผม/ดิฉันรู้ว่าทำแผนนี้ให้ใครดู นอกจากพี่แล้ว มีใครร่วมตัดสินใจเรื่องแบบนี้อีกไหมครับ/คะ คู่สมรส หรือหุ้นส่วน"

จดคำตอบลงในส่วนที่ 02 คำถามเดียวนี้ตัดข้ออ้างส่วนใหญ่ในส่วนที่ 13 ทิ้งได้ก่อนที่มันจะเกิดขึ้น

04ภาพรวม

ธุรกิจของเขาตอนนี้

คุณขายการเติบโตให้เขาไม่ได้ ถ้ายังไม่รู้ว่าการเติบโตแบบที่ถูกต้องสำหรับเขาหน้าตาเป็นอย่างไร

05เหตุผลที่เขาจะซื้อ

จุดที่เขาเจ็บ

จัดลำดับความเจ็บ ใบเสนอราคาจะสร้างรอบข้อที่หนึ่ง และข้อที่หนึ่งคือเรื่องที่เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่มีอารมณ์มากที่สุด

เรื่องที่เขาพูดว่ากำลังมีปัญหา

06จากติดต่อเข้ามา ถึงปิดงาน

เส้นทางลูกค้าที่ติดต่อเข้ามา

ลูกค้ามาจากทางไหน เกิดอะไรขึ้นกับเขาต่อ และมีกี่รายที่ค่อย ๆ ตายอยู่ในอินบ็อกซ์

ตอนนี้ลูกค้ามาจากทางไหน

07เขารับไหวหรือเปล่า

กำลังรับงาน

อย่าขายจำนวนลูกค้าให้ธุรกิจที่ส่งมอบงานไม่ไหว ถ้าเขารับไม่ไหว เดือนที่สามมันจะกลายเป็นความผิดของคุณ

08เรื่องคน

พนักงานและการส่งมอบงาน

ปัญหาเรื่องคนมักเป็นเหตุผลทางอารมณ์ที่ทำให้เขาตัดสินใจซื้อ แม้เหตุผลที่เขาพูดออกมาจะเป็นเรื่องจำนวนลูกค้า

09เปลี่ยนค่าใช้จ่ายให้เป็นผลตอบแทน

ตัวเลข

สี่ตัวเลขนี้เปลี่ยนใบเสนอราคาจากค่าใช้จ่ายให้กลายเป็นผลตอบแทน ต้องเอามาให้ได้ แม้จะเป็นตัวเลขคร่าว ๆ ก็ยังดี

10สิ่งที่เราต้องเอาชนะ

คู่แข่งของเขา

คนที่เขาแพ้ให้ บอกคุณว่าใบเสนอราคาของเราต้องเอาชนะอะไร

11ถามตอนที่บรรยากาศยังดี

ขั้นตอนการตัดสินใจ

ถามเรื่องนี้ตอนปิดการขาย จะกลายเป็นการกดดัน แต่ถามตอนนี้ จะเป็นแค่การวางแผน

พูดประโยคนี้

วางเส้นทางไปสู่คำว่าตกลง ก่อนจะเริ่มทำแผน

"ขออนุญาตถามตอนนี้เลยนะครับ/คะ เพื่อไม่ให้เสียเวลาพี่ทีหลัง สมมติผม/ดิฉันทำแผนมาเสนอ แล้วพี่ดูแล้วรู้สึกว่าใช่เลย นี่คือสิ่งที่เราต้องการ จากจุดนั้นขั้นตอนเป็นอย่างไรต่อครับ/คะ มีใครต้องดูอีกไหม แล้วปกติเรื่องแบบนี้ใช้เวลานานเท่าไรถึงจะรู้ว่าตกลงหรือไม่ตกลง"

12นิยามของเขา ไม่ใช่ของเรา

ความสำเร็จในสายตาเขา

ข้อนี้จะกลายเป็นประโยคเปิดของใบเสนอราคา และเป็นตัวชี้วัดในรายงานทุกฉบับ

13เปิดข้อที่คุณกำลังเจอ

คู่มือรับมือข้ออ้างและการถ่วงเวลา

เขียนมาให้พูดออกเสียงได้เลยตอนอยู่ในสาย รูปแบบเหมือนกันทุกข้อ เห็นด้วย แยกประเด็น ถามกลับ นัดให้ชัด คุณไม่ต้องเถียงกับเขาเลย

01
เห็นด้วย
ลดความตึงในสายก่อน "ได้เลยครับ/ค่ะ" "เข้าใจครับ/ค่ะ" ลูกค้าที่รู้สึกว่าถูกขัด จะยิ่งยืนกรานหนักขึ้น
02
แยกประเด็น
หาให้ได้ว่านี่คือ เรื่องเดียว ที่ขัดอยู่หรือไม่ ถ้ามีสามเรื่อง แก้ได้เรื่องเดียวก็ยังไปไม่ถึงไหน
03
ถามกลับ
อย่าตอบข้ออ้างด้วยประโยคบอกเล่า ให้ตอบด้วยคำถาม เพื่อให้เขาพูดต่อ และคุณได้ข้อมูลต่อ
04
นัดให้ชัด
ทุกสายต้องจบด้วยวันที่ เวลา และชื่อคนที่จะเข้าร่วม "เดี๋ยวผมติดต่อกลับ" ไม่ใช่ขั้นตอนถัดไป
01 "ขอคิดดูก่อนนะ"
ถ่วงเวลา
ความหมายที่แท้จริง

แทบไม่เคยหมายความว่าเขาต้องการเวลาคิดจริง ๆ มันคือหนึ่งในสี่เรื่องนี้ เขายังไม่เห็นคุณค่า ราคาทำให้เขาสะดุ้ง ยังไม่มีเหตุให้ต้องรีบ หรือเขาไม่ใช่คนตัดสินใจแต่ไม่อยากยอมรับ คุณรับมือข้ออ้างที่ยังไม่รู้ชื่อไม่ได้

พูดประโยคนี้

"ได้เลยครับ/ค่ะ เรื่องนี้ไม่ควรรีบ ผม/ดิฉันก็ไม่อยากให้พี่รีบเหมือนกัน แต่ขออนุญาตถามอย่างเดียวนะครับ/คะ เพื่อให้แน่ใจว่าผม/ดิฉันอธิบายครบแล้ว ที่พี่บอกว่าขอคิดดูก่อน พี่กำลังชั่งใจเรื่อง ความเหมาะสม เรื่อง เงิน หรือเรื่อง จังหวะเวลา ครับ/คะ"

แล้วหยุดพูด เขาจะเลือกข้อใดข้อหนึ่ง และคุณจะได้กลับเข้าบทสนทนาจริง แทนที่จะจบลงตรงนั้น

ถ้าเขาตอบว่าความเหมาะสม

"เข้าใจครับ/ค่ะ ส่วนไหนที่พี่ยังไม่มั่นใจครับ/คะ เพราะถ้าผม/ดิฉันยังไม่ได้แสดงให้พี่เห็นชัดว่าแผนนี้แก้เรื่อง [ความเจ็บข้อที่หนึ่ง] ได้อย่างไร นั่นเป็นความผิดของผม/ดิฉัน ไม่ใช่ของพี่"

ถ้าเขาตอบว่าเงิน

"ถ้าเรื่องเงินลงตัว พี่ก็สบายใจที่จะเดินหน้าใช่ไหมครับ/คะ ดีเลย ถ้าอย่างนั้นลองเทียบกับสิ่งที่ปัญหานี้กำลังทำให้พี่เสียไป พี่บอกผม/ดิฉันว่าเดือนละประมาณ [ต้นทุนของปัญหา] ตอนนี้เราตัดสินใจเรื่องอะไรกันแน่ครับ/คะ ว่าจะจ่ายเงินก้อนนี้หรือไม่ หรือว่าเงินก้อนนี้จะกลับมาหรือไม่"

ถ้าเขาตอบว่าจังหวะเวลา

"ระหว่างนี้จนถึงตอนนั้น จะมีอะไรเปลี่ยนไปบ้างครับ/คะ เพราะถ้าคำตอบคือไม่มีอะไรเปลี่ยน เราก็จะกลับมาคุยเรื่องเดิมอีกหกสัปดาห์ข้างหน้า พร้อมกับงานที่หายไปหกสัปดาห์ แต่ถ้ามีอะไรเปลี่ยนจริง บอกผม/ดิฉันได้เลยว่าคืออะไร แล้วผม/ดิฉันจะทำแผนให้เริ่มตรงจังหวะที่พี่พร้อม"

แล้วนัดให้ชัด

"ผม/ดิฉันทำแบบนี้นะครับ/คะ พี่ใช้เวลาสัปดาห์นี้คิดได้เลย แล้วเราจดปฏิทินไว้สิบห้านาที วันพฤหัสบดีสิบโมง ให้พี่บอกผม/ดิฉันว่าตกลง ไม่ตกลง หรืออยากให้แก้อะไร สิบโมงสะดวกไหมครับ/คะ หรือบ่ายสองดีกว่า"

ห้ามทำ
  • ห้ามพูดว่า "ได้ครับ พร้อมแล้วโทรมาได้เลย" เท่ากับยกดีลให้คนที่โทรหาเขาคนถัดไป
  • ห้ามพูดแทรกความเงียบหลังถามว่าความเหมาะสม เงิน หรือจังหวะเวลา ปล่อยให้เงียบ
  • ห้ามลดราคาเพื่อแก้คำว่าขอคิดดูก่อน เท่ากับยอมรับว่าราคาแรกตั้งมาลอย ๆ
02 "ขอปรึกษาภรรยาก่อน" (หรือสามี หรือแฟน)
บุคคลที่สาม
ความหมายที่แท้จริง

เป็นไปได้สองแบบ และรับมือต่างกันมาก แบบแรกคือจริง เพราะเป็นเงินของครอบครัวและต้องคุยกันจริง ๆ แบบที่สองคือการปฏิเสธอย่างสุภาพ วิธีรู้คือถามว่าอีกฝ่ายจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ถ้าเป็นเรื่องจริงเขาจะตอบทันที ถ้าเป็นการปฏิเสธเขาจะตอบแบบเลี่ยง ๆ

ไม่ว่าแบบไหน อย่าไปขัด เจ้าของธุรกิจที่ไม่ปรึกษาคู่ชีวิตเรื่องเงินก้อนขนาดนี้ ก็ไม่ใช่ลูกค้าแบบที่เราต้องการอยู่แล้ว

พูดประโยคนี้

"ต้องปรึกษาครับ/ค่ะ ผม/ดิฉันว่าถูกต้องแล้ว เจ้าของธุรกิจที่ผม/ดิฉันคุยด้วยส่วนใหญ่ก็ตัดสินใจเรื่องแบบนี้ด้วยกันทั้งคู่ แต่ขออนุญาตถามหน่อยนะครับ/คะ ตอนที่พี่คุยกับภรรยาคืนนี้ พี่คิดว่าเขาจะเห็นด้วย หรือจะไม่เห็นด้วยครับ/คะ"

ถ้าเขาบอกว่าเห็นด้วย ให้ไปที่ขั้นนัดเวลาเลย ถ้าเขาลังเล ให้ถามว่าอีกฝ่ายจะกังวลเรื่องอะไร แล้วรับมือข้ออ้างนั้นแทน เพราะนั่นคือข้ออ้างจริงที่เขาเพิ่งบอกคุณ

"เขาน่าจะอยากรู้เรื่องอะไรที่ผม/ดิฉันยังไม่ได้อธิบายไปครับ/คะ"

พาทุกคนมาอยู่ในวงเดียวกัน

"ผม/ดิฉันขอเสนออย่างนี้นะครับ/คะ และเสนอเพราะไม่อยากให้พี่ต้องมาแก้ต่างแทนแผนของผม/ดิฉันเอง แทนที่พี่จะกลับไปบ้านแล้วต้องพยายามจำตัวเลขให้ได้ ผม/ดิฉันขอคุยสายสั้น ๆ กับพี่ทั้งสองคนพร้อมกันดีไหมครับ/คะ สิบห้านาที เขาถามผม/ดิฉันตรง ๆ ได้เลย และไม่มีใครต้องฟังต่อจากปากคนอื่น คืนพรุ่งนี้เขาอยู่ไหมครับ/คะ หรือเช้าวันเสาร์สะดวกกว่า"

ถ้าเขาไม่ยอมให้คุยกับคู่ชีวิต ให้ติดอาวุธให้เขาไปแทน

ตอนนี้เขากลายเป็นคนนำเสนอแทนคุณ เขาจึงต้องนำเสนอได้ ให้เขาสามเรื่องเท่านั้น ไม่มากกว่านี้ และพูดช้าพอที่เขาจะจดได้

  • ปัญหาในหนึ่งประโยค ด้วยคำพูดของเขาเองจากส่วนที่ 05
  • ตัวเลข ปัญหานี้ทำให้เสียเท่าไร และแผนนี้ควรคืนเท่าไร
  • คำตอบเรื่องความเสี่ยง ถ้าไม่ได้ผลจะเกิดอะไร และเขาถอนตัวได้อย่างไร

"ขอฝากเรื่องเดียวนะครับ/คะ ตอนที่พี่คุยกับเขาคืนนี้ อย่าเริ่มจากราคา ให้เริ่มจากว่าถ้าปล่อยไว้เฉย ๆ เรากำลังเสียอะไรอยู่ ถ้าเขาถามว่าไม่ได้ผลแล้วจะทำอย่างไร บอกเขาตรง ๆ เลยว่า [จุดทบทวนแผน การรายงาน และทางออก] และถ้าเขาถามอะไรที่พี่ตอบไม่ได้ ไม่ต้องเดานะครับ/คะ บอกเขาว่าคนที่โทรมาบอกให้โทรกลับได้เลย ผม/ดิฉันรับสายเอง"

ห้ามทำ
  • ห้ามทำให้เขารู้สึกว่าต้องขออนุญาตใคร ประโยคแบบ "เรื่องนี้พี่ตัดสินใจเองได้ใช่ไหม" ทำให้เสียทั้งดีลและความเคารพ
  • ห้ามปล่อยให้วางสายโดยไม่มีเวลานัดคุยครั้งต่อไป ประโยค "เดี๋ยวคุยกับเขาแล้วแจ้งกลับ" คือเสียงของดีลที่ตายแล้ว
  • ห้ามส่งใบเสนอราคาไปแล้วหวังว่าคู่ชีวิตเขาจะอ่าน ไม่มีใครอ่านใบเสนอราคาที่ตัวเองไม่ได้นั่งฟัง
03 "ขอปรึกษาหุ้นส่วนก่อน"
บุคคลที่สาม
ความหมายที่แท้จริง

คนละเรื่องกับข้ออ้างเรื่องคู่ชีวิต คู่ชีวิตเถียงเรื่องความเสี่ยงและเงินในบ้าน หุ้นส่วนเถียงเรื่องตัวเลข ลำดับความสำคัญ และใครจะรับผิดถ้าล้มเหลว หลายครั้งหุ้นส่วนคือคนที่ไม่เชื่อ และคนที่คุณคุยอยู่คือคนที่เชื่อ ซึ่งหมายความว่าใบเสนอราคาของคุณกำลังจะถูกนำเสนอโดยคนที่ตอบคำถามยาก ๆ ไม่ได้

อีกเรื่องที่ควรรู้ บางทีหุ้นส่วนคนนี้ไม่มีอยู่จริง มันเป็นเพียงเกราะ คุณจะรู้ตอนที่ขอชื่อและขอเวลานัด

พูดประโยคนี้

"เข้าใจครับ/ค่ะ เรื่องแบบนี้ไม่ตัดสินใจคนเดียวอยู่แล้ว หุ้นส่วนชื่ออะไรครับ/คะ แล้วปกติเขามองเรื่องงบการตลาดอย่างไร เป็นคนที่ผลักดันให้โต หรือเป็นคนที่คุมยอดเงินในบัญชีครับ/คะ"

คำตอบบอกคุณว่าหุ้นส่วนคนนี้ต้องได้ยินเวอร์ชันไหน คนที่ผลักดันให้โตอยากเห็นโอกาส คนที่คุมเงินอยากเห็นว่าความเสี่ยงถูกปิดไว้แล้ว

"สิ่งแรกที่เขาจะพูดตอนที่พี่ไปเล่าให้ฟัง น่าจะเป็นอะไรครับ/คะ"

ขอคุยกับทั้งสองคน

"แทนที่พี่จะต้องมาขายแผนของผม/ดิฉันให้เขาฟัง ให้ผม/ดิฉันทำหน้าที่นั้นเองดีกว่าครับ/คะ ชวนเขาเข้ามาคุยกับเราสิบห้านาที เขาจะซักผม/ดิฉันเรื่องอะไรก็ได้เลย ถ้าเขาเจอช่องโหว่ในแผน เจอตอนนี้ดีกว่าเจอตอนผ่านไปสามเดือน วันไหนที่พี่กับเขาอยู่ออฟฟิศพร้อมกันครับ/คะ"

ถ้าหุ้นส่วนไม่เข้าร่วม
  • ส่งสรุปหนึ่งหน้าไป ไม่ใช่ใบเสนอราคาฉบับเต็มลอย ๆ ฉบับเต็มจะถูกอ่านผ่าน ๆ แล้วเอาไปเทียบราคา
  • ให้คำตอบสำหรับข้ออ้างที่เขาทำนายไว้ข้างต้นกับคนที่คุณคุยอยู่
  • นัดติดตามผลเป็นเช้าวันถัดจากวันที่หุ้นส่วนประชุมกัน และถามให้ได้ว่าประชุมกันวันไหน

"พี่กับหุ้นส่วนนั่งคุยกันครั้งต่อไปวันไหนครับ/คะ ดีเลย ถ้าอย่างนั้นผม/ดิฉันโทรหาพี่เช้าวันถัดไป วันพุธเก้าโมงนะครับ/คะ ถ้าเขามีคำถามที่ผม/ดิฉันยังไม่ได้ตอบ ส่งมาในอีเมลก่อนได้เลย แล้วผม/ดิฉันจะเตรียมคำตอบมาให้ครบ"

ห้ามทำ
  • ห้ามข้ามหัวคนที่คุณคุยอยู่ไปโทรหาหุ้นส่วนเอง คุณจะเสียคนที่เชื่อในเราไป
  • ห้ามรับคำว่า "เดี๋ยวคุยกับเขา" โดยไม่มีวันที่ของการคุยนั้น และวันที่ของการคุยกับคุณ
  • ห้ามให้ใบเสนอราคาถูกนำเสนอในที่ประชุมที่คุณไม่ได้อยู่ ยกเว้นคุณติดอาวุธให้เขาไว้ครบแล้ว
04 "ส่งข้อมูลมาให้ดูก่อน"
ถ่วงเวลา
ความหมายที่แท้จริง

เก้าในสิบครั้งคือวิธีจบสายอย่างสุภาพ ข้อมูลไม่ได้ขายอะไรได้ บทสนทนาต่างหากที่ขายได้ แต่คุณก็ปฏิเสธการส่งไม่ได้ เพราะฉะนั้นให้แลกกัน

พูดประโยคนี้

"ส่งได้เลยครับ/ค่ะ ติดอยู่อย่างเดียวคือ ถ้าผม/ดิฉันส่งเอกสารกลาง ๆ ไป มันจะบอกแค่ว่าเราทำอะไรให้ทุกคน แต่ไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับธุรกิจของพี่เลย พี่อ่านแล้วก็จะทิ้ง ขอเวลาสิบนาทีตอนนี้ถามเรื่องวิธีที่พี่หาลูกค้า แล้วสิ่งที่ผม/ดิฉันส่งไปจะเป็นเรื่องของพี่จริง ๆ ดีไหมครับ/คะ"

"แล้วผม/ดิฉันขอส่งพร้อมเงื่อนไขหนึ่งข้อนะครับ/คะ ขอเวลาห้านาทีคุยกันหลังพี่อ่านแล้ว เพื่อไม่ให้มันค้างอยู่ในอินบ็อกซ์เฉย ๆ วันอังคารหรือวันพุธสะดวกกว่าครับ/คะ"

ห้ามทำ
  • ห้ามส่งอะไรออกไปโดยไม่มีเวลานัดคุยไว้แล้ว
  • ห้ามส่งใบเสนอราคาฉบับเต็มในฐานะ "ข้อมูล" มันจะถูกส่งต่อไปให้คู่แข่งที่ถูกที่สุด
05 "แพงเกินไป" หรือ "ลดได้อีกไหม"
เรื่องเงิน
ความหมายที่แท้จริง

แพงเกินไปเทียบกับอะไร เป็นได้สองอย่าง เขามีใบเสนอราคาที่ถูกกว่าอยู่ในมือ หรือเขายังไม่เชื่อว่าเงินจะกลับมา แทบไม่เคยเป็นเพราะเขาจ่ายไม่ไหว หาให้ได้ว่าเป็นข้อไหนก่อนจะไปแตะราคา และถ้าเลี่ยงได้ อย่าแตะราคาเลย

พูดประโยคนี้

"ที่พี่บอกว่าแพงเกินไป คือแพงกว่าที่พี่ตั้งใจไว้ หรือแพงกว่าที่เจ้าอื่นเสนอมาครับ/คะ"

แพงกว่าที่เขาตั้งใจไว้

"พี่ตั้งไว้ประมาณเท่าไรครับ/คะ อ๋อ ห่างกัน [ส่วนต่าง] ลองดูว่าส่วนต่างนี้ซื้ออะไรได้นะครับ/คะ เพราะงานละ [มูลค่างานเฉลี่ย] แค่ได้งานเพิ่มเดือนละงานเดียวก็คุ้มทั้งก้อนแล้ว ที่เหลือหลังจากนั้นเป็นของพี่ทั้งหมด"

เจ้าอื่นเสนอถูกกว่า

"ดีครับ/ค่ะ พี่ควรเทียบ ขออนุญาตถามว่าในของเจ้านั้นมีอะไรบ้างครับ/คะ เพราะเจ้าที่ถูกมักถูกด้วยเหตุผล และปกติเป็นหนึ่งในสามข้อนี้ ไม่มีกลยุทธ์ ให้เด็กใหม่มาดูแลงานพี่ หรือไม่มีรายงานจนพี่ไม่มีทางรู้ว่ามันไม่ได้ผล พี่รับข้อไหนได้ครับ/คะ"

ถ้าจำเป็นต้องขยับ

ห้ามลดค่าบริการโดยที่งานเท่าเดิม ให้ลดขอบเขตงาน หรือแบ่งเริ่มเป็นช่วง และต้องขอสิ่งตอบแทน เช่น สัญญาเริ่มต้นที่นานขึ้น การให้เราใช้เป็นกรณีศึกษา การแนะนำลูกค้ารายอื่น หรือวันเริ่มงานที่เร็วขึ้น

"งานเท่าเดิมในราคาที่ถูกกว่า ผม/ดิฉันทำไม่ได้ครับ/คะ มันไม่ยุติธรรมกับลูกค้าที่จ่ายเต็ม แต่สิ่งที่ทำได้คือ เริ่มจาก [ขอบเขตที่แคบลง] ก่อน แล้วค่อยเพิ่มส่วนที่เหลือเข้ามาตอนที่มันเลี้ยงตัวเองได้แล้ว แบบนี้พี่เริ่มได้ที่ [ตัวเลขที่ต่ำกว่า] ให้ผม/ดิฉันทำแผนแบบนี้ให้ไหมครับ/คะ"

ห้ามทำ
  • ห้ามลดราคาเองก่อนที่เขาจะขอ และห้ามลดสองครั้ง
  • ห้ามแก้ต่างเรื่องราคาก่อนที่จะรู้ว่ามันถูกเทียบกับอะไร
06 "ยังไม่ใช่ตอนนี้ ไว้ต้นปีหน้าค่อยโทรมา"
จังหวะเวลา
พูดประโยคนี้

"ไม่มีปัญหาครับ/ค่ะ ระหว่างนี้จนถึงตอนนั้น มีอะไรเกิดขึ้นที่ทำให้ตอนนั้นดีกว่าตอนนี้ครับ/คะ"

"ผม/ดิฉันห่วงอยู่เรื่องเดียวนะครับ/คะ พี่บอกผม/ดิฉันว่าตอนนี้ [ความเจ็บของเขา] อยู่ ถ้าเราเริ่มอีกสามเดือน พี่จะไม่เห็นผลในสามเดือน แต่จะเห็นผลในเดือนที่ห้าหรือหก เพราะงานแบบนี้ต้องใช้เวลาตั้งต้น เท่ากับช่วงเงียบที่พี่กังวลอยู่ คือช่วงที่เราควรกำลังทำงานอยู่พอดี ให้มันค่อย ๆ สร้างไว้เบื้องหลังระหว่างที่พี่ไปลุยช่วงพีค จะดีกว่าไหมครับ/คะ"

ไม่ว่าทางไหน ต้องได้วันในปฏิทิน

"ได้ครับ/ค่ะ ถ้าอย่างนั้นเราทำให้มันชัดเลย ผม/ดิฉันจดพี่ไว้สัปดาห์ที่สองของเดือนมกราคม และระหว่างนี้ผม/ดิฉันจะส่งเรื่องที่ควรแก้ที่สุดหนึ่งเรื่องให้พี่ก่อน ไม่มีค่าใช้จ่าย ตกลงไหมครับ/คะ"

ห้ามทำ
  • ห้ามรับแค่ชื่อเดือนแบบลอย ๆ ต้องได้วันที่ในปฏิทิน ไม่อย่างนั้นมันไม่เกิดขึ้นเลย
07 "มีเอเจนซี่อยู่แล้ว" หรือ "ทีมข้างในทำเอง"
เจ้าเดิม
พูดประโยคนี้

"ดีครับ/ค่ะ ดีกว่าเริ่มจากศูนย์ อยู่กับเขามานานแค่ไหนแล้วครับ/คะ แล้วพอใจไหม"

"ตอนที่เขารายงานพี่ทุกเดือน เขาบอกพี่ไหมครับ/คะ ว่ามีลูกค้าติดต่อเข้ามากี่ราย และปิดเป็นงานได้กี่ราย หรือบอกแค่จำนวนคลิกกับจำนวนคนเห็น"

ถ้าเขาตอบคำถามข้อที่สองไม่ได้ นั่นคือช่องของคุณ นั่นไม่ใช่คู่แข่ง นั่นคือผู้ขายที่เขาจ่ายเงินไปตามความเคยชิน

ข้อเสนอที่ความเสี่ยงต่ำ

"ผม/ดิฉันไม่ได้ขอให้พี่ไปเลิกจ้างใครนะครับ/คะ สิ่งที่ผม/ดิฉันอยากทำคือ ขอดูสิ่งที่รันอยู่ตอนนี้ แล้วบอกพี่ตรง ๆ ว่ามันได้ผลหรือไม่ ถ้าได้ผล ผม/ดิฉันจะบอกพี่ให้อยู่กับเจ้าเดิมต่อ ถ้าไม่ได้ผล อย่างน้อยพี่ก็ได้รู้ ใช้เวลาพี่แค่ครึ่งชั่วโมง คุ้มไหมครับ/คะ"

ห้ามทำ
  • ห้ามว่าเอเจนซี่เจ้าเดิม เพราะเขาเป็นคนเลือกเจ้านั้นมาเอง การว่าเจ้านั้นคือการดูถูกการตัดสินใจของเขา ให้ตัวเลขทำหน้าที่นั้นเอง
08 "เคยเจ็บมาแล้ว" หรือ "พวกคุณก็พูดเหมือนกันหมด"
ความเชื่อใจ
พูดประโยคนี้

"ผม/ดิฉันไม่ว่าพี่เลยครับ/ค่ะ เล่าให้ฟังได้ไหมครับ/คะ ว่าเกิดอะไรขึ้น เจ้าไหน แล้วพังตรงไหน"

ปล่อยให้เขาระบายออกมาให้หมด จดไว้ แล้วพูดรายการของเขาเองกลับไปในรูปของคำมั่นจากเรา และเขียนลงในใบเสนอราคาเป็นเงื่อนไข

"สรุปว่าที่ผม/ดิฉันได้ยินคือ โทรไปไม่เคยมีคนรับ พี่ไม่รู้เลยว่าเขาทำอะไรอยู่ และรายงานที่ได้มาก็ไม่มีความหมาย ถูกไหมครับ/คะ ถ้าอย่างนั้นสามเรื่องนี้คือสิ่งที่ผม/ดิฉันจะรับปากพี่เป็นลายลักษณ์อักษร และถ้าผม/ดิฉันผิดคำแม้ข้อเดียว พี่เดินออกได้เลย ฟังดูตรงข้ามกับที่พี่เคยเจอไหมครับ/คะ"

แล้วลดความเสี่ยงให้เขา

เสนอสิ่งที่เราทำได้จริง สัญญาเริ่มต้นระยะสั้น จุดทบทวนแผนที่ชัดเจน มีชื่อคนที่ดูแลโดยตรง และรายงานรายเดือนที่วัดเป็นงานที่ปิดได้ ไม่ใช่จำนวนคลิก

09 "ขอเทียบราคาเจ้าอื่นก่อน"
ขั้นตอน
พูดประโยคนี้

"สมควรครับ/ค่ะ คุยกับเจ้าไหนอยู่บ้างครับ/คะ แล้วพี่จะเทียบอะไรบ้าง เพราะใบเสนอราคาพวกนี้ส่วนใหญ่เทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ และเจ้าที่ถูกที่สุดจะดูดีที่สุดบนกระดาษเสมอ"

"ผม/ดิฉันให้คำถามสามข้อไปถามทุกเจ้าเลยดีไหมครับ/คะ ข้อหนึ่ง ใครจะเป็นคนทำงานจริงในแต่ละวัน และผมขอเจอเขาได้ไหม ข้อสอง ทุกเดือนจะรายงานอะไรให้ผมดูบ้าง ข้อสาม ถ้าไม่ได้ผลจะเกิดอะไรขึ้น ถามทุกเจ้าด้วยสามข้อเดียวกัน ความต่างจะเห็นชัดเลย แล้วโทรกลับมาที่ผม/ดิฉันเป็นเจ้าสุดท้าย"

ขอเป็นคนพูดคนสุดท้าย

"พี่คิดว่าจะได้ครบทุกเจ้าเมื่อไรครับ/คะ ดีเลย ผม/ดิฉันจะโทรหาพี่วันพฤหัสบดีหลังจากนั้น ผม/ดิฉันอยากเป็นบทสนทนาสุดท้ายก่อนที่พี่จะตัดสินใจครับ/ค่ะ"

10 "งานล้นมืออยู่แล้ว รับเพิ่มไม่ได้"
กำลังรับงาน
ความหมายที่แท้จริง

ข้อนี้มักเป็นเรื่องจริง และเป็นสิ่งที่คุณค้นพบ ไม่ใช่ข้ออ้างเพื่อเลี่ยง อย่าดันเรื่องจำนวน ให้เปลี่ยนบทสนทนาไปที่กำไร ส่วนผสมของงาน และราคา

พูดประโยคนี้

"ถ้าอย่างนั้นเราไม่คุยเรื่องงานเพิ่มครับ/ค่ะ เรามาคุยเรื่องงานที่ดีขึ้นกันดีกว่า ถ้าตอนนี้งานล้นมือ พี่กำลังอยู่ในจุดที่แข็งแรงที่สุดที่จะเลือกงานได้ สมมติจำนวนคนติดต่อเข้ามาเท่าเดิม แต่งานกำไรน้อยเลิกโทรมา และงาน [บริการที่กำไรดีที่สุด] โทรมาแทน แบบนี้น่าสนใจไหมครับ/คะ"

"แล้วพอหมดช่วงพีค คิวงานหน้าตาเป็นอย่างไรครับ/คะ เพราะช่วงเงียบนั้นคือช่วงที่เราจะเข้าไปเติม"

11 "ไว้ผมดูให้ แล้วแจ้งกลับ"
อำนาจตัดสินใจ
พูดประโยคนี้

"ได้เลยครับ/ค่ะ เพื่อไม่ให้ผม/ดิฉันต้องโทรตามพี่บ่อย ๆ ขออนุญาตถามว่า ที่พี่บอกว่าจะแจ้งกลับ ตอนนี้พี่เอนไปทางตกลง ทางไม่ตกลง หรือยังไม่ตัดสินใจจริง ๆ ครับ/คะ"

"ถ้ายังไม่ตัดสินใจ เรื่องเดียวที่จะทำให้มันเอนไปทางใดทางหนึ่ง คืออะไรครับ/คะ"

ห้ามทำ
  • ห้ามรับ "เดี๋ยวแจ้งกลับ" เป็นผลลัพธ์ของสาย ต้องได้ว่าเขาเอนไปทางไหน เพราะอะไร และวันที่
12 การหยั่งเสียง ใช้ก่อนที่จะเจอข้ออ้างข้างบนทั้งหมด
ปิดการขาย
ตอนนำเสนอไปได้ครึ่งทาง

"ก่อนที่ผม/ดิฉันจะไปต่อ ที่ฟังมาถึงตรงนี้พี่รู้สึกอย่างไรครับ/คะ ใกล้เคียงกับที่พี่หวังไว้ไหม หรือหลุดไปจากที่คิด"

ก่อนจะพูดถึงราคา

"พักเรื่องเงินไว้ก่อนสักครู่นะครับ/คะ แผนนี้เป็นแผนที่ถูกต้องสำหรับปัญหานี้ไหมครับ/คะ"

ได้คำว่าใช่ตรงนี้ ราคาจะกลายเป็นการต่อรอง ข้ามข้อนี้ไป ราคาจะกลายเป็นการปฏิเสธ

ปิดการขาย

"สรุปว่าเราเห็นตรงกันว่าปัญหาคือ [ความเจ็บของเขา ในคำพูดของเขา] แผนนี้แก้ได้ และตัวเลขก็คุ้ม มีอะไรที่พี่ต้องการจากผม/ดิฉันอีกไหมครับ/คะ ก่อนที่เราจะเริ่มกัน"

14จดตอนที่ยังจำได้

ข้ออ้างที่เจอในสายนี้

นี่คือสิ่งที่มีประโยชน์ที่สุดที่คุณส่งต่อได้ก่อนสายนำเสนอ และเป็นสิ่งที่คนอื่นต้องใช้ถ้าวันนั้นคุณไม่อยู่

เจออะไรมาบ้าง

15อ่านออกเสียงในสายปิดการขาย

กระสุนสำหรับปิดการขาย

คำพูดของเขา ตัวเลขของเขา เหตุผลของเขา เมื่อคุณอ้างคำพูดของลูกค้ากลับไปให้เขาฟัง จะไม่มีอะไรให้เถียงเหลืออยู่

16ก่อนวางสาย

นัดขั้นตอนถัดไป

ไม่มีวันที่ ไม่มีเวลา ไม่มีชื่อคน ก็ไม่มีดีล กรอกส่วนนี้ตอนที่เขายังอยู่ในสาย

Fresh Digital · เอกสารใช้ภายใน ห้ามส่งให้ลูกค้า +66 33 135 015
กรอกแล้ว 0 จาก 0 ช่อง ยังไม่ได้บันทึก